เพาะเห็ดอะไรดี

เพาะเห็ดอะไรดี

คำถามแรกที่อยู่ในใจของนักเพาะเห็ดมือใหม่เกือบจะทุกท่าน คือ จะเพาะเห็ดอะไรดี

ผมไม่มีคำตอบแบบฟันธงให้ แต่อยากจะให้ทุกท่านได้พิจารณาและตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง

ต่อ ไปนี้เป็นแนวทางกว้างๆที่ผมได้รวบรวมไว้ให้ ส่วนหนึ่งเป็นมุมมองของผม และอีกส่วนหนึ่งรวบรวมจากการแลกเปลี่ยนสนทนากับจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการ เพาะเห็ดของศูนย์เรียนรู้ ifarm ครับ

1. วิธีการเพาะเห็ด

โดยทั่วไป เห็ดเศรษฐกิจที่คนไทยนิยมเพาะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

(เห็ดที่เพาะมีมากกว่านี้ แต่เอาขอกล่าวเฉพาะที่เหมาะกับมือใหม่ก่อน)

1.เห็ดฟาง

รูป แบบการเพาะเห็ดฟางยังแยกย่อยออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น การเพาะในโรงเรือน การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย การเพาะเห็ดฟางในตระกร้า และการเพาะเห็ดฟางในเสื่อเป็นต้น

จะเลือกเพาะเห็ดฟางแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ท่านที่ต้องการทำเป็นเชิงธุรกิจ หรือเพื่อการค้า การเพาะในโรงเรือน จะเหมาะสมกว่า เพราะทำให้เพาะเห็ดฟางได้ตลอดทั้งปี และได้ผลผลิตดีกว่า แต่ถ้าจะเพาะเพื่อทานเองในครอบครัว การเพาะเห็ดฟางในตระกร้า หรือในเสื่อก็เพียงพอ

2.เห็ดถุง

หมายถึง เห็ดที่สามารถเพาะขึ้นในถุงพลาสติกได้ เช่น เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดหูหนู เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม และเห็ดนางนวลเป็นต้น

ขั้นตอนการเพาะเห็ดในถุงพลาสติกของเห็ดแต่ละชนิดเหมือนกัน แตกต่างกันที่เชื้อเห็ด และการดูแลรักษาเห็ด

หาก จะทำเพื่อการค้า ก็ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน แต่หากทำทานเอง เป็นเมนูสุขภาพ ปลอดสารพิษ ก็ทำได้หลากหลายวิธี เช่น การเพาะในโอ่ง การเพาะในวงบ่อซีเมนต์ และ การทำชั้นวางง่ายๆที่คลุมด้วยสแลนท์

ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟางในเชิงการค้าจะมีความยุ่งยากกว่าเพาะเห็ดถุงเล็กน้อย

ใน การเพาะเห็ดฟาง ผู้เพาะเห็ดต้องทำเองทุกขั้นตอน ไล่ตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุเพาะ เช่น ฟางข้าว ทลายปาล์มน้ำมัน ซังข้าวโพด ดอกทานตะวัน การหมักวัสดุเพาะ การเอาวัสดุเพาะขึ้นชั้น การตัดใย แต่การเพาะเห็ดในถุงเราสามารถลัดขั้นตอนการเตรียมก้อนเชื้อได้ด้วยการไปซื้อ ก้อนเชื้อเห็ดจากแหล่งต่างๆมาทดลองเปิดดอกได้

สำหรับมือใหม่ การไปซื้อก้อนมาก็ถือเป็นการลองมือได้ดีทีเดียว เมื่อเพาะเห็ดจนเกิดความชำนาญแล้ว วันหลังจะหันไปทำก้อนเชื้อเห็ดเองก็ยังไม่สายเกินไป

2. การลงทุน

ต่อ เนื่องจากข้อที่ 1 วิธีการการเพาะเห็ดฟางเชิงพาณิชย์ที่ดีที่สุดคือการเพาะในโรงเรือน (การเพาะในโรงเรือนจะช่วยให้การเพาะเห็ดฟางทำได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าฝนและหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เห็ดฟางขาดตลาด) และการเพาะเห็ด

ฟาง จะต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัสดุเพาะ การลงทุนในขั้นต้นจึงสูงกว่าการเพาะเห็ดถุง เพราะนอกจากโรงเรือนแล้ว ยังต้องมีสถานที่สำหรับจัดเก็บวัสดุเพาะและหมักวัสดุเพาะ

นอกจากนี้ยังต้องมีอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็น อาทิ เครื่องตีป่น หม้อต้มไอน้ำ และพัดลมดูดเป่าเป็นต้น

3.อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของดอกเห็ด

หากเราแบ่งเห็ดตามอุณหภูมิ เราจะแบ่งเห็ดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1. Tropical Mushroom เป็นเห็ดเขตร้อน อาทิ เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดหูหนู เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดโคนญี่ปุ่น (เห็ดยานางิ) เห็ดขอนขาว เห็ดขอนดำ
2. Temperature Mushroom เป็นเห็ดเขตหนาว อาทิ เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดแชมปิญอง

ถึงแม้เราจะแบ่งเห็ดตามอุณหภูมิออกมาได้เป็น 2 กลุ่ม แต่มิได้หมายความว่าเห็ดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันขึ้นได้ดีในอุณหภูมิที่เหมือนกัน

ยก ตัวอย่างเช่น เห็ดนางฟ้าภูฎาน และเห็ดโคนญี่ปุ่น ต่างก็จัดอยู่กลุ่มเห็ดเขตร้อน แต่เห็ดนางฟ้าภูฎานจะเกิดดอกได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 15-35 องศา เซลเซียส ขณะที่เห็ดโคนญี่ปุ่นจะเกิดดอกได้ดีในอุณหภูมิระหว่าง 20-32 องศา เซลเซียส

หาก เราพิจารณาที่ช่วงอุณหภูมิของเห็ดทั้งสอง จะเห็นได้ชัดว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นทนร้อนได้น้อยกว่าเห็ดนางฟ้าภูฎาน แต่หากอุณหภูมิลดต่ำลงเห็ดโคนญี่ปุ่นก็กลับเกิดดอกได้ไม่ดี

อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการเพาะเห็ดของศูนย์เรียนรู้ ifarm เคยบอกผมว่าช่วงฤดูหนาวทางภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานตอนบนมักมีปัญหาเห็ดโคนญี่ปุ่นออกดอกได้ไม่ดี

เห็นไหมครับว่าหากเราศึกษาไม่ละเอียด ฟังคนอื่นพูดต่อๆกันมาว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นชอบอากาศเย็นๆ ยิ่งเย็นยิ่งดีเราก็อาจจะเจ็บตัวได้

นี้ขนาดเห็ดเขตร้อนเหมือนกัน ยังต้องพิถีพิถันขนาดนี้

หากเราคิดจะเอาเห็ดเขตหนาวมาเพาะในเขตร้อนแบบบ้านเรา ยิ่งต้องดูแลและลงทุนหนักเข้าไปอีก ต้นทุนการเพาะเห็ดก็จะสูงตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้เห็ดเขตหนาวจึงมีราคาสูงกว่าเห็ดเขตร้อน (ขอย้ำอีกครั้งว่าราคาสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรสูงเสมอไป)

คิดว่าหลายท่านคงเคยได้ยินชื่อ หรือเคยแวะไปเที่ยววังน้ำเขียวฟาร์มกันมาบ้าง ที่นั่นเพาะเห็ดเขตหนาวหลายชนิด

จุดขายคือเป็นฟาร์มเห็ดติดแอร์ทั้งโรงเรือนเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเห็ดเขตหนาว

สิ่งที่ตามมาคือต้นทุนการเพาะเห็ดจะสูงเป็นเงาตามตัว

หากวังน้ำเขียวฟาร์มขายเฉพาะดอกเห็ดสดอย่างเดียว รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนแน่นอน

แต่ Business Model มี Value Proposition ที่ลุ่มลึกกว่านั้น

แบรนด์ Mr. Mushroom ของวังน้ำเขียวฟาร์มจึงมีทั้งสินค้าแปรรูป (ทั้ง Food และ Non-food) สินค้าที่ระลึก รวมทั้งสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

Brand Positioning ของ Mr. Mushroom ค่อนข้าง Premium ทำให้ตั้งราคาที่สูงได้ ต้นทุนที่สูงจึงไม่ใช่ปัญหา

4. ราคา ต้นทุนและสัดส่วนของกำไร

โดย ส่วนใหญ่ นักเพาะเห็ดมือใหม่มักใช้ปัจจัยด้านราคาเป็นตัวตัดสินใจเพียงอย่างเดียว คือเห็ดชนิดไหน ขายได้ราคาสูงก็จะเฮโลไปเพาะเห็ดชนิดนั้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะมองไม่รอบด้าน

อย่างที่ผมกล่าวในตอนแรก ราคาสูงมิได้หมายความว่าเราจะได้กำไรสูงตามไปด้วย

เปรียบเทียบง่ายๆ คนหนึ่งทำเห็ดฟางขายได้ 90 บาท/กก. คนซื้อมารับซื้อที่หน้าฟาร์มเลย ไม่ต้องเสียค่าการตลาด ค่าประชาสัมพันธ์มากนัก

ขณะที่อีกคนทำเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นขายได้กิโลละ 100 กว่าบาท ตลาดคือตลาดค้าส่ง เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง

ต้นทุนจึงต้องรวมค่าขนส่ง ค่า Logistic เข้าไปด้วย แถมเห็ดโคนญี่ปุ่น อัตราก้อนเสียค่อนข้างสูง ทำให้มีต้นทุนแฝงเพิ่มขึ้นอีก

หักลบต้นทุนต่างๆแล้ว กำไรที่ได้จากการเพาะเห็ดราคาแพงๆ อาจน้อยกว่ากว่าเพาะเห็ดราคาถูกๆด้วยซ้ำไป

ดัง นั้น ผมอยากจะย้ำให้นักเพาะเห็ดมือใหม่ทำการบ้านเรื่องนี้ให้หนัก เอาให้เห็นภาพให้ได้ว่ากำไรสุทธิที่เราจะได้อยู่ประมาณเท่าไรกันแน่ อย่าดูแค่มิติด้านราคา

ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อทุนการเพาะเห็ด มีดังต่อไปนี้

1. ชนิดของเห็ดที่เพาะ คุณภาพเชื้อเห็ด

2. สถานที่ตั้งของฟาร์ม เช่น ภาคใต้มีทลายปาล์มน้ำมันอยู่เยอะ ต้นทุนของปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นวัสดุเพาะของเห็ดฟางก็จะต่ำกว่าคนภาคอื่น

2. วิธีการเพาะเห็ด เช่น เห็ดฟางที่เพาะในโรงเรือน มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าเพาะเห็ดฟางในตะกร้า (หากเทียบกับผลผลิตตลอดทั้งปี)

3. ความสามารถในการเพาะเห็ด : ในระยะแรกเรายังไม่ชำนาญ อัตราส่วนการเสียหายอาจจะสูง ทำให้ต้นทุนสูงไปด้วย

4. Business Model : ตัว Business Model จะเป็นตัวกำหนดภาพรวมของเราทั้งหมด ทั้งเรื่องกลุ่มลูกค้า การขนส่ง ช่องทางจัดจำหน่าย คุณค่าที่จะนำส่งให้ลูกค้า (สินค้า + บริการ + อื่นๆ) ทรัพยากร และทักษะที่ต้องมี รวมทั้งราคาและต้นทุน

Buisness Model ที่แตกต่างกันจะเป็นตัวกำหนดราคาและต้นทุนที่แตกต่างกันออกไป เช่น ฟาร์มที่เพาะแล้วขายเฉพาะดอกเห็ดสด จะมีราคาและต้นทุนที่แตกต่างฟาร์มเห็ดที่ทำลักษณะ Farm To Folk

(ศึกษาเกี่ยวกับ Business Model เพิ่มเติมได้ที่นี้ครับ)

ยังมีปัจจัยปลีกย่อยอื่นๆอีก เช่น ช่วงเวลาในการเพาะ การบริหารจัดการฟาร์ม

5. ความต้องการของตลาด (Market Demand)

ผมอยากให้พิจารณาเรื่องนี้ใน 2 ระดับ คือความต้องการของตลาดรวม และความต้องการในระดับท้องถิ่น

สาเหตุ ที่เราต้องดูความต้องการระดับท้องถิ่นประกอบด้วยเพราะคนแต่ละภาคมีความ รสนิยมในการทานเห็ดไม่เหมือนกัน เช่น คนภาคใต้นิยมทานเห็ดแครง คนอีสานชอบทานเห็ดขอนขาว ขอนดำ

บางทีการเพาะเห็ดเพื่อรองรับเฉพาะตลาดท้องถิ่นก็น่าจะเพียงพอ

คิดว่าจากข้อมูลทั้งหมดน่าจะพอทำให้นักเพาะเห็ดมือใหม่เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าท่านควรจะเลือกเพาะเห็ดอะไร

สำหรับ ท่านใดที่มีมุมมองที่แตกต่าง และอยากจะแบ่งปัน ก็ยินดีเลยนะครับ ยิ่งแตกต่างยิ่งดี จะได้มีมุมมองในเรื่องนี้ได้สมบูรณ์ขึ้น ช่วยๆกันครับ

ข้อ คิดส่งท้ายสำหรับนักเพาะเห็ดมือใหม่ ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มเพาะเห็ดที่เพาะง่ายๆก่อน เริ่มจากง่ายไปยาก แล้วใช้เวลาในการเรียนรู้สักพัก ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆศึกษาพฤติกรรมและนิสัยของเห็ดแต่ละชนิดไปเรื่อยๆ เมื่อทักษะมากขึ้น จะขยับไปเพาะเห็ดแพงๆที่เพาะยากๆ จะดีกว่าครับ

ก่อนผมจะจบบทความ คุณโย นครไทย นักร้องลูกทุ่ง ที่เคยเข้าอบรมเพาะเห็ดถุงกับทาง ifarm โทรมาคุยด้วย คุณโยให้ผมฝากนักเพาะเห็ดมือใหม่ว่าอย่ารีบเพาะเห็ดโคนญีปุ่นเลย เพราะเพาะยากกว่าเห็ดนางฟ้าเยอะ แถมรอบการออกดอกเห็ดก็ช้ากว่า

ทำไปทำมาเหลือกำไรนิดเดียว

ข้อมูลจาก : http://www.ifarm.in.th

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s