วิธีแก้ไขแมลงหวี่ในก้อนเห็ด

วิธีแก้ไขแมลงหวี่ในก้อนเห็ด

สาเหตุการเกิดหนอนแมลงหวี่ในเห็ด และวงจรของการเกิดหนอนแมลงหวี่ วิธีการป้องกันและกำจัด

เรื่องเกี่ยวกับ หนอนแมลงหวี่ศัตรูที่พบเจอในหน้าก้อนเชื้อเห็ด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก วงจรชีวิตหนอนแมลงหวี่ปีกแข็งกันก่อน

ระยะ ไข่ จะสังเกตได้ว่าเป็นเม็ดกลม ๆ รี เม็ดเป็นสีขาวคล้าย ๆ ไรไข่ปลาแต่ไม่ใช่สามารถมองเห็ดได้ด้วยตาเปล่า เมื่อไข่ได้รับการผสมพร้อมที่จะฟักตัวจะมีจุดสีดำ ๆ
ระยะตัวอ่อน หลัก จากที่ไข่มีการฟักตัวออกมาแล้วสังเกตได้ว่าลำตัวจะมีสีขาว หรือสีส้มอ่อน สังเกตดี ๆอาจจะคล้าย ๆ ราส้มแต่ไม่ใช่ เพราะหนอนสามารถที่จะเคลื่อนย้ายตัวและกัดกินเส้นใยเห็ด
ระยะดักแด้ จะมีลักษณะเป็นตัวสีขาวนวล ๆ และสีจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีดำ พร้อมที่จะเป็นตัวแก่
ระยะ ตัวเต็มไว หรือตัวแก่ จะ มีลักษณะเป็นตัวสีดำ ปีกแข็ง จะตอมอยู่หน้าก้อนเชื้อเห็ด และไข่ทิ้งไว้ที่หน้าก้อนเหมือนเดิมหากไม่มีการกำจัด จะทำให้ประชากรของแมลงหวี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหาย

สาเหตุของการเกิดหนอนแมลงหวี่มีหลายประการด้วยกัน พอสรุป ได้ดังนี้

1.โดยสัญชาติตะญาณของแมลงหวี่ มักชอบของที่มีกลิ่นเน่าเหม็น รวมทั้งกลิ่นแอมโนเนียจากก้อนอาหาร

2. เกิดจากหน้าก้อนเห็ดสกปรก หลังจากการเก็บดอกไปแล้ว ยัง มีเศษรากหรือโคนของเห็ดที่ยังดึงออกไม่หมด หากไม่มีการขูดหน้าก้อน ทำความสะอาด เวลาที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดให้น้ำ แล้วน้ำเข้าไปขัง รากหรือโคนเห็ดก็จะอุ้มน้ำจนแฉะเน่าเละ

3.โรงเรือนเพาะเห็ดมีความเหม็นอับชื้น อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่มีการระบายอากาศ

4.ไม่ เคยฉีดพ่นจุลินทรีย์ กำจัด ไรเห็ด หนอน และ เชื้อรา ตามพื้น ผนังโรงเรือน หรือเสา อยู่เป็นประจำ เพราะบางทีเราอาจไม่คาดคิด ฉีดพ่นจุลินทรีย์แค่หน้าก้อนเห็ดเพียงอย่างเดียว แมลงหวี่จะซุกซ่อนตามผนัง

5.เพาะเลี้ยงเห็ดอย่างต่อเนื่องไม่มีการล้างหรือพักโรงเรือน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค และแพร่ระบาดภายในโรงเรือน

แนวทางป้องกันจะกำจัดหนอนแมลงหวี่ที่มาทำลายหน้าก้อนเห็ด

1. โรงเรือนที่เพาะเห็ด ควรหมั่นที่จะทำความสะอาด ตามพื้นโรงเรือน ผนัง ซอกมุมจาก เสา เปิด โรงเรือนให้ได้มีอากาศถ่ายเทบ้าง ไม่อับ และหมั่นฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ (จุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวให้ทำการหมักขยายตามสูตรของชมรมเกษตรปลอดสารพิษก่อน เพื่อที่จะ ลดต้นทุน ส่วนไทเกอร์เฮิร์บเป็นสมุนไพรชนิดผงที่มีกลิ่นสามารถไล่แมลงหวี่ไม่ให้เข้า มาภายในโรงเรือน) ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งโรงเรือนทั้งด้านนอนและด้านใน อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อตัดวงจรการเกิดของหนอนแมลงหวี่

2. ก่อนการเปิดดอก ในขณะที่เส้นใยเห็ดเดินมากกว่า 25% หรือก่อนเปิดดอก ควรที่จะทำการป้องกันด้วยการหมักจุลินทรีย์เชื้อบีทีชีวภาพก่อน อาจจะหมักด้วยน้ำมะพร้าวจากลูก , น้ำเต้าหู้ ,ไข่ไก่ ,นมผงเด็ก,นมข้นหวาน,นมไวตามิลล์ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวก

3. ก่อนนำเข้าเปิดดอกในโรงเรือน ควรคัดถุงก้อนเชื้อเห็ดที่แสดงอาการทำลายของ แมลง โรค เชื้อราและไรทิ้งหรือหากไม่แน่ใจควรแยกกองไว้ต่างหาก และทำการฉีดพ่นจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากพบการระบาดมากให้ฉีดวันเว้นวัน ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง โดยฉีดพ่นหน้าก้อน และใช้เข็มสลิงฉีดอัดเข้าไปในก้อนเน้นตรงจุดที่เกิดเชื้อโรคเป็นพิเศษ หากพบการระบาดน้อย ให้ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3-4 เช่นกัน

4. หากแมลงหวี่มาตอมหน้าก้อน ควรแขวนกับดักกาวเหนียวทาบนกระดาษสีเหลือง แต่ถ้าไม่มีกาวเหนียวให้ใช้วาสลีนทาบนกระดาษแทนก็ได้ แต่ต้องทาบ่อย เพราะว่าวาสลีนนี้จะแห้งเร็ว ควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียว เมื่อพบว่ามีตัวแมลงมาติดจนเต็มหรือประมาณ 45-60 วัน/ครั้ง และแขวนกับกาวเหนียวให้มากเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นการช่วยลดประชากรของหนอนแมลงหวี่

5. ขณะเปิดดอกแล้วควรที่จะหมั่นตรวจสอบสังเกตอยู่เป็นประจำ ดังนั้นหากพบการทำลายที่ควรจะคัดแยกออกและดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการฉีดพ่น จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส หากไม่หายควรที่จะสละก้อนทิ้งและเผาทำลาย

6. หลังจากการเก็บดอกเห็ดแล้ว ควรทำความสะอาดหน้าก้อนเชื้อทุกครั้ง โดยการใช้ปลายช้อนขูดที่ก้อนเอา เศษ และรากโคนเห็ดที่ยังติดอยู่ออกให้หมดและฉีดพ่นด้วย จุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส ทันที รวมถึงเนื้อเยื่อเห็ดที่ขูด ดอกเห็ดที่แห้งเหี่ยว เศษดอกเห็ดที่คัดทิ้งหรือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่ตั้งใจควรมีการเก็บทิ้งในถัง ขยะให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ควรให้ตกหล่นบริเวณพื้นโรงเรือน เพราะจะทำให้เน่าและเพิ่มกลิ่นอับ เป็นที่ชื้นชอบของแมลงศัตรูเห็ด

7. เมื่อหมดรุ่นอายุของก้อนเชื้อ หลังจากการขนย้ายก้อนทิ้ง หรือทำปุ๋ยหมัก ควร ที่จะการว่างเว้นหรือพักโรงเรือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในระหว่างพักโรงเรือน เปิดโรงเรือนทิ้งไว้ 7-15 วัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยสารสกัดจากสมุนไพร ไพเรี่ยม 20 ซีซี+ โทแบคโท 20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นสลับกับจุลินทรีย์เชื้อบีที + บีเอสพลายแก้ว+ บาซิลลัสไมโตฟากัส+ ไทเกอร์เฮิร์บ ทั้งในและนอกโรงเรือน

8. การ กำจัดกลิ่นอับภายในโรงเรือน ผู้เพาะเห็ดควรหว่านสเม็คไทต์ หรือภูไมท์ ที่พื้นโรงเรือนอยู่เป็นประจำ หรือจะหว่านบาง ๆ เมื่อพบว่ากลิ่นอับภายในโรงเรือนรุนแรง การหว่านเพื่อลดกลิ่นอับภายในโรงเรือนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โรงเรือนถูก สุขลักษณะ ไม่เป็นที่ดึงดูดแมลงศัตรูเห็ด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s